วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วิธีปลูกผักในกระถาง เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูก

วิธีปลูกผักในกระถาง เหมาะสำหรับมือใหม่หัดปลูก


สำหรับมนุษย์คอนโดหรือมนุษย์ทาวน์เฮ้าส์แล้วพื้นที่อาจจะไม่ค่อยอำนวยความสะดวกต่อการจะเพาะปลูกทำสวนสักเท่าไหร่หากแต่อยากจะปลูกผักไว้กินเองในบ้านบ้างก็สามารถทำได้นะคะด้วยวิธีปลูกผักในกระถางเพราะประหยัดพื้นที่ดูแลง่ายโยกย้ายเคลื่อนที่ได้สะดวกแถมยังตกแต่งตามมุมต่างๆในบ้านได้อีกด้วยสำหรับมือใหม่หัดปลูกมาเรียนรู้ขั้นตอนกันเลยค่ะ

การเตรียมดินปลูกผักควรต้องมีดินที่ละเอียดเพราะจะช่วยให้ดินมีการระบายน้ำที่ดีและมีการหมุนเวียนถ่ายเทอากาศได้ดีทำให้ผักเจริญเติบโตได้ดีการจะปลูกผักเป็นแปลงทำได้โดยใช้จอบขุดหน้าดินให้ลึกประมาณ8นิ้วพลิกกลับดินบนลงล่างขุดดินตากให้แห้งประมาณ5–7วันหลังจากนั้นก็รดน้ำให้ชุ่มแล้วย่อยดินให้แตกร่วนเป็นก้อนเล็กๆใส่ปุ๋ยลงไปหว่านกระจายทั่วๆแปลงถ้าดินไม่สมบูรณ์ก็ใส่ปุ๋ยมากๆสับดินให้เข้ากับปุ๋ยถ้าปลูกผักติดๆกันหลายแปลงต้องให้แปลงขนานกันไปกับแนวทิศตะวันตกและตะวันออกเมื่อปลูกผักที่มีความสูงต่ำต่างกันไว้ในแปลงใกล้กันจะได้ไม่บังแดดกันดินที่ใช้ปลูกผักในกระถางหรือภาชนะอื่นๆก็ให้ทำเช่นเดียวกันเพื่อให้เก็บความชื้นไว้ได้สม่ำเสมอรอบๆบริเวณรากของพืชถ้ามีการระบายน้ำเร็วเกินไปจะเก็บความชื้นไว้ไม่พอหรือดินที่มีการระบายน้ำไม่ดีและภาชนะที่ใส่ดินมีช่องระบายแค่ช่องเดียวอาจเก็บความชื้นไว้มากเกินไปรากของพืชอาจจะเน่าได้
  • การเตรียมดินสำหรับปลูกผักในกระถางสามารถทำได้เองโดยมีส่วนผสมดังนี้
  • 1 ดินร่วน1ส่วน 2 ทราย1ส่วน 3 ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก1ส่วน 4 ขึ้เถ้าแกลบ,5 ขุยมะพร้าว1ส่วน

นำทั้ง4ส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ดีก่อนนำลงปลูกหากกระถางมีรูใหญ่จะทำให้ดินรั่วออกได้ดังนั้นให้นำหินหรือเศษกระเบื้องวางทับก่อนถ้าส่วนผสมดังกล่าวไม่สามารถหาได้อาจใช้ปุ๋ยคอกผสมใบพืชผุใบไผ่ผุผสมกับดินก็ได้และหากไม่สะดวกที่จะผสมดินใช้เองสามารถหาซื้อดินผสมเสร็จที่มีขายอยู่ทั่วไปมาใช้ก็ได้แต่ควรดูส่วนผสมของดินให้ดี ถ้าหากมีส่วนผสมของใบก้ามปูหรือเปลือกถั่วจะเหมาะสมกว่าดินที่มีส่วนผสมของแกลบหรือกาบมะพร้าวจากนั้นนำดินที่ผสมเสร็จแล้วไปบรรจุในกระถางที่เตรียมปลูกผักสำหรับการบรรจุดินไม่ควรให้เต็มกระถางหรือเสมอขอบควรเติมหลังจากปลูกผักไปแล้วจึงจะเพิ่มดินให้อยู่ในระดับที่ต้องการ

การปลูกผักลงกระถางสามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
วิธีหว่านหรือหยอดเมล็ด โดยหว่านเมล็ดลงให้กระถางโดยกะระยะห่างของเมล็ดหรือหลุมที่หยอดให้เหมาะสมกับชนิดของผักผักที่นิยมปลูกโดยใช้เมล็ดได้แก่ผักชี,ผักบุ้งจีน,ตั้งโอ๋,ขึ้นฉ่ายเป็นต้น

วิธีเพาะต้นกล้าผักก่อนปลูก นำต้นกล้าผักที่เพาะเมล็ดได้ระยะเวลาที่พอเหมาะโดยสังเกตจากลักษณะของลำต้นและระบบรากฝอยถ้าสมบูรณ์ก็สามารถย้ายต้นกล้าผักลงปลูกได้เลยผักที่นิยมปลูกวิธีนี้ได้แก่ผักคะน้า,ผักกาดขาว,ผักกาดเขียว,ผักกาดหอม,กะหล่ำปลี,ปูเล่,กะเพรา,โหระพาเป็นต้น

วิธีนำส่วนของผักมาปักชำ
 ผักที่สามารถนำมาลงปลูกแบบปักชำในกระถางได้เลยเช่นสะระแหน่,ชะพลู,หอมแบ่ง,ตะไคร้ฯลฯ การปักชำต้องดูว่าผักแต่ละชนิดใช้ส่วนใดในการปักชำได้ผักบางชนิดมีรากลึกกระถางที่ใช้ปักชำควรมีความลึกที่เหมาะสมต่อผักด้วยหรือผักบางชนิดต้องใช้ไม้ปักเพื่อพยุงลำต้นผักให้ตั้งตรงและป้องกันการกระทบกระเทือนเวลารดน้ำในช่วงแรกๆของการปักชำด้วย

การดูแลรักษาผักในกระถาง 
ผักที่ปลูกในกระถางสามารถทำการดูแลรักษาได้ง่ายโดยคอยรดน้ำให้ดินในกระถางในมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอกำจัดวัชพืชพรวนดินหากผักมีเจริญเติบโตไม่ดีและควรเปลี่ยนดินเมื่อมีการปลูกผักในครั้งต่อไปหรือปลูกผักชนิดใหม่ในกระถางเดิมถ้าหากที่ที่วางกระถางอยู่ผักที่ปลูกได้รับแสงไม่เพียงพอสามารถย้ายกระถางไปวางไว้ในที่มีแสงเพียงพอได้

วิธีปลูกหอมแดงไร้ดิน ปลูกบนแผงใส่ไข่

วิธีปลูกหอมแดงไร้ดิน ปลูกบนแผงใส่ไข่


หอมแดงเป็นผักที่คู่ครัวไทยมานานและคิดว่าน่าจะอยู่ติดทุกครัวเลยก็ว่าได้แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหอมแดงนี้สามารถปลูกเองก็ได้ง่ายๆด้วยวิธีการง่ายๆกับการปลูกหอมแดงบนถาดไข่ทำได้จริงๆและเรายังสามารถนำหอมหรือพืชที่มีหัวจำพวกหอมแดงหอมหัวใหญ่เหล่านี้มาปลูกเป็นต้นใหม่ได้ง่ายๆ

ด้วยวิธีการนี้ผู้เขียนเองบังเอิญไปเจอในfacebookและเห็นว่าดีมีประโยชน์ก็เลยอยากนำเสนอและเพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับการปลูกหอมแดงไร้ดินด้วยวิธีนี้นั่นคือการปลูกลงบนแผงใส่ไข่ต่างกับการปลูกลงกระถางเล็กน้อยเพียงแต่วิธีนี้ไม่ต้องใช้ดินนั่นคือ

วิธีการปลูกหอมแดงไร้ดินด้วยแผงไข่

มาดูขั้นตอนง่ายๆกันก่อนอื่นเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการปลูกหอมแดงไร้ดินให้พร้อมด้วยการเตรียม
ถาดใส่ไข่ที่ไม่ใช้แล้วชนิดกระดาษ
หอมแดงสำหรับนำมาปลูก15-30หัว
ทำไมต้องเลือกถาดใส่ไข่ชนิดกระดาษมาเป็นตัวสำหรับทำหน้าที่เป็นวัสดุปลูกก็เพราะถาดไส่ไข่ที่เป็นชนิดกระดาษมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีและนำมาใช้อย่างน้อย5ใบหรือมากกว่าเพราะต้องเผื่อให้รากหอมแดงชอนไชลงหาน้ำด้วยหากถาดใส่ไข่มีจำนวนน้อยอาจทำให้หอมแดงเติบโตช้าและน้ำไม่เพียงพอในการดูดซึมจึงต้องเตรียมไว้ประมาณ5ถาดหรือมากกว่าส่วนหัวหอมแดงก็ใช้ตามจำนวนช่องของถาดเพาะได้เลย

วิธีการปลูกหอมแดงบนถาดไข่นั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิดเริ่มต้นด้วยการคัดเลือกหัวหอมแดงอาจใช้พืชชนิดอื่นๆร่วมด้วยก็ได้เช่นหอมหัวใหญ่หอมแดงพืชผักตระกูลหอมทุกชนิดกระเทียม(AmaryllisFamily)หรืออมาริลลิดาซีอี้(Amarylilidaceae)ได้แก่กุ่ยฉ่ายกระเทียมต้นหอมญี่ปุ่น หอมแดงหอมแบ่งหอมหัวใหญ่ฯลฯควรคัดเลือกหัวที่สมบูรณ์ไม่เน่าและไม่มีเชื้อราปนเสร็จแล้วนำถาดกระดาษที่เตรียมไว้วางซ้อนกัน(อย่างน้อย5ถาด)รดน้ำให้ชุ่มแล้วเริ่มเอาหัวหอมแดงหรือหอมอื่นๆมาวางไว้ในหลุมให้ครบรดน้ำซ้ำรดทุกวันเช้า-เย็นและรอการเจริญเติบโต

อัตราการเติบโตของพืชตระกูลหอม
หอมแดงเป็นพืชผักที่ปลูกได้ตลอดทั้งปีแต่โดยธรรมชาติแล้วหอมแดงเป็นพืชที่ชอบอากาศเย็นและต้องการแสงแดดเพียง9-10ชั่วโมงต่อวันดังนั้นควรวางถาดปลูกหอมแดงไว้ในที่ร่มที่สามารถโดนแดดได้เพียงครึ่งวันก็เพียงพอหอมแดงจะแก่จัดเก็บเกี่ยวได้ช่วงอายุ90-110วันหากปลูกในฤดูฝนจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงอายุ45-60วัน
หอมหัวใหญ่ชอบอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ13-24องศาเซลเซียสระยะของกล้าก่อนลงแปลงปลูกใช้เวลา45วัน
เคล็ดลับในการทำให้การปลูกหอมแดงไร้ดินนี้เจริญเติบโตได้ดีก็คือพยายามอย่าให้ถาดที่ปลูกแห้งเป็นอันขาดจำเป็นต้องให้ถาดมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาวิธีการทำก็คืออาจรดน้ำเช้าเย็นหรือหากขี้เกียจก็อาจใช้ถาดหลายๆใบซ้อนกันให้สูงในระดับนึงและวางลงในกะบะที่สามารถขังน้ำเอาไว้ได้ก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันเพราะถาดกระดาษจะดูดน้ำจากด้านล่างซึมขึ้นด้านบนเพื่อให้รากพืชดูดน้ำได้แต่ถ้าขยันก็รดน้ำเช้า-เย็นก็ได้การซ้อนถาดกระดาษหลายชั้นจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นได้ดี
ส่วนผักที่เป็นชนิดหัวหรือมีรากติดอยู่แล้วไม่อยากให้มันเสียไปเปล่าๆลองเอาไปวางไว้บนถาดไข่ที่ชุ่มน้ำหรือวางไว้ในภาชนะใส่น้ำดีไม่ดีคุณอาจจะได้ยอดผักอ่อนๆมารับประทานได้เพิ่มอีกด้วยนะครับ

เรียกว่าง่ายจริงๆเลยสำหรับวิธีนี้ทีนี้เราก็จะมีผักอินทรีย์ไว้ทานเองแถมประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกเยอะเลยลองนำวิธีการนี้ไปทดลองปลูกและทำกันดูนะครับถ้าดีก็แชร์ไม่ดีก็บอกเพื่อนๆกันเยอะๆนะครับ

ถั่วฝักยาวก็ปลูกในกระถางได้วิธีง่ายๆใช้พื้นที่น้อย


ถั่วฝักยาวก็ปลูกในกระถางได้วิธีง่ายๆใช้พื้นที่น้อย

พืชผักที่หยั่งรากตื้นและสามารถปลูกลงภาชนะปลูกชนิดต่างๆและชนิดห้อยแขวนได้ดีและมีความลึกไม่เกิน10เซนติเมตรทั่วไปจะมีหลายชนิดแตกต่างกันไปโดยวัสดุที่สามารถนำมาทำเป็นภาชนะปลูกอาจดัดแปลงจากสิ่งที่ใช้แล้วก็ได้

ผักที่สามารถนำมาปลูกในกระถางได้มีหลายชนิดเช่นผักบุ้งจีนคะน้าจีนผักกาดกวางตุ้งทั้งเขียวและขาวผักกาดฮ่องเต้ผักกาดหอมผักกาดขาวชนิดไม่ห่อทั้งขาวเล็กและขาวใหญ่ตั้งโอ๋ปวยเล้งหอมแบ่งหรือต้นหอมผักชีขึ้นฉ่ายผักโขมจีนกระเทียมใบกุยช่ายกระเทียมหัวผักชีฝรั่งบัวบกสะระแหน่แมงลักโหระพาจากการเพาะเมล็ดกะเพราจากการเพาะเมล็ดพริกขี้หนูตะไคร้ชะพลูหอมแดงหอมหัวใหญ่หัวผักกาดแดง

สำหรับการปลูกถั่วฝักยาวในกระถางและปลูกให้ได้ประโยชน์ทั้งในด้านไม้ประดับให้ร่มเงาก็สามารถทำได้โดยการปลูกให้ต้นถั่วไต่เลื้อยไปบนนั่งร้านหรือระแนงด้านข้างของภาชนะปลูกเพื่อให้เป็นร่มเงาหรือเป็นที่บังแดดการใช้เทคนิคการจัดสวนแบบง่ายๆก็สามารถเรียกความสนใจจากผู้พบเห็นได้เพราะนอกจากจะเป็นผักที่รับประทานได้แล้วการให้ผลที่ดกจะดูสวยงามอีกด้วย

การผสมดินลงในกระถางปลูกเนื่องจากดินปลูกไม้กระถางอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดจึงควรมีลักษณะร่วนโปร่งอุ้มน้ำหรือเก็บความชื้นได้ดีสามารถระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดีดินทั่วไปมีคุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพที่แตกต่างกันไป

เพื่อให้เหมาะสมเป็นเครื่องปลูกไม้กระถางจึงต้องมีการปรับปรุงคุณภาพโดยมีวัสดุอื่นๆเป็นส่วนผสมที่เหมาะสมเช่นอินทรียวัตถุประกอบด้วยเศษซากใบไม้ผุเปลือกไม้แห้งแกลบขุยมะพร้าวกาบมะพร้าวสับฟางข้าวและเปลือกถั่วการใช้ปุ๋ยคอกอย่างขี้วัวขี้ควายขี้หมูขี้ไก่ และขี้ค้างคาวและการใช้ดินทรายอิฐป่นและถ่านป่นผสมเข้าด้วยกัน


วัสดุเหล่านี้เมื่อนำมาผสมกับดินธรรมชาติแล้วจะมีคุณสมบัติร่วนโปร่งมีน้ำหนักเบาอินทรียวัตถุนอกจากจะช่วยปรับสภาพเนื้อดินให้ดีขึ้นแล้วยังพบว่ามีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของไม้กระถางคือเป็นปุ๋ยโดยตรงกับพืช

ดินปลูกสำหรับปลูกถั่วฝักยาวในกระถางที่ดีต้องคงทนมีอายุการใช้งานได้นานไม่สลายหรือยุบตัวเร็วดินปลูกที่มีส่วนผสมของเปลือกถั่วแกลบเปลือกไม้แห้งกาบมะพร้าวจะอยู่ได้นานกว่าดินที่มีส่วนผสมใบไม้ผุฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง

การให้ปุ๋ยมี2ระยะระยะแรกจะใส่รองพื้นตอนเตรียมดินหรือรองก้นหลุมก่อนปลูกปุ๋ยที่ใส่รองพื้นควรเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกในดินให้ทั่วก่อนปลูกเพื่อปรับโครงสร้างดินให้โปร่งร่วนซุยนอกจากนั้นยังช่วยในการอุ้มน้ำและรักษาความชื้นของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชด้วย

ระยะที่2เป็นการใส่บำรุงโดยใส่ครั้งแรกเมื่อย้ายต้นกล้าไปปลูกจนต้นกล้าตั้งตัวได้แล้วและใส่ครั้งที่2หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ2–3สัปดาห์ด้วยการโรยบางๆระหว่างต้นในกระถางเมื่อใส่ปุ๋ยแล้วให้พรวนดินและรดน้ำทันทีหากมีโรคและแมลงระบาดควรใช้สารธรรมชาติหรือใช้วิธีกลต่างๆในการป้องกันกำจัดเช่นหนอนต่างๆใช้มือจับออกหรือใช้พริกไทยป่นผสมน้ำฉีดพ่นใช้น้ำคั้นจากใบหรือเมล็ดสะเดาถ้าเป็นพวกเพลี้ยเช่นเพลี้ยอ่อนเพลี้ยแป้งเพลี้ยหอยและเพลี้ยจักจั่นให้ใช้น้ำยาล้างจาน15ซีซีผสมน้ำ20ลิตรฉีดพ่นใต้ใบเวลาเย็นถ้าเป็นพวกมดหอยและทากให้ใช้ปูนขาวโรยบางๆลงบริเวณพื้นดิน

การเก็บเกี่ยวผักควรเก็บในเวลาเช้าจะทำให้ได้ผักสดรสชาติดีและหากยังไม่ได้ใช้ให้ล้างให้สะอาดและนำเก็บไว้ในตู้เย็นผักจะไม่เสียรสชาติ
CR:http://khaisod.com/15/

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

‘ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์’ ออกผลนอกฤดู ทำเงินตลอดปี



ภาพเเละข้อมูลจาก คุณ facebook: Sanchai Phakudlao

สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จำนวน 100 บ่อ จะใช้เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เท่านั้น ซึ่งจะใช้เงินลงทุนมากในช่วงเริ่มแรก ส่วนค่าใช้จ่ายหลักจะอยู่ที่วงบ่อซีเมนต์และฝารองซึ่งเมื่อรวมค่าใช้จ่ายกิ่งพันธุ์มะนาว, ระบบน้ำ ฯลฯ รวมเป็นเงินในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จำนวน 100 วงบ่อ เป็นเงิน 27,000 บาทโดยประมาณ


ต้นมะนาวในวงบ่อเมื่อมีอายุต้นเพียง 8 เดือน จะบังคับให้ต้นออกฤดูแล้งได้โดยใช้หลักการเดียวกับการปลูกลงดินคือคลุมพลาสติกให้กับต้นมะนาวในช่วงเดือนกันยายนและกระตุ้นการออกดอกในเดือนตุลาคมจะได้ผลผลิตมะนาวแก่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวราคาแพงที่สุดเท่ากับว่าในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จะใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นสามารถเก็บผลผลิตได้ในช่วงฤดูแล้ง


การเริ่มต้นจัดผังปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

รายละเอียดของการเริ่มต้นการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จะต้องวัดพื้นที่กว้างxยาวก่อนเพื่อจะหาพื้นที่หลังจากนั้นเว้นทางเดินประมาณ2เมตร ระยะปลูกระหว่างต้น 1.20 เมตร ระยะระหว่างแถว 1.50 เมตร ปลูกแบบแถวคู่แล้วเว้นเป็นทางเดิน 2 เมตร สภาพพื้นที่ปลูกจะต้องปรับให้เรียบเหมือนกับลานตากข้าว วัดระยะการวางวงบ่อ การวางวงบ่อซีเมนต์พยายามวางให้เป็นเลขคู่เพื่อง่ายต่อการวางระบบน้ำและคำนวณแรงดันน้ำ แท็งก์จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกจะก่อให้สูง ประมาณ 5 วงบ่อ หรือมีความจุน้ำได้ 1,200 ลิตรจะใช้แท็งก์นี้เพื่อผสมปุ๋ยน้ำชีวภาพแล้วเปิดน้ำดีเข้าไปผสมปล่อยไปให้ต้นมะนาวในวงบ่อได้โดยตรง ส่วนแท็งก์อีกชุดหนึ่งจะก่อให้สูงประมาณ 9 วงบ่อ จำนวน 2 แท็งก์ เพื่อกักเก็บน้ำสะอาดแล้วช่วยในเรื่องของแรงดัน


การเตรียมดินปลูกมะนาวและขนาดของวงบ่อซีเมนต์
ขนาดของวงบ่อซีเมนต์แนะนำให้เกษตรกรใช้จะใช้ขนาดวงเส้นผ่าศูนย์กลาง80เซนติเมตรแต่เดิมฝาวงบ่อคุณพิชัยใช้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง80เซนติเมตรเท่ากับขนาดของวงบ่อเมื่อปลูกไปนาน 2-3 ปี พบว่า รากของต้นมะนาวจะโผล่ออกมานอกวงและชอนลงไปในดิน ทำให้ควบคุมในเรื่องของการบังคับให้ออกนอกฤดูได้ยากมากขึ้น ปัจจุบัน จึงได้แนะนำเกษตรกรและแก้ไขให้ซื้อฝาวงบ่อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของวงบ่อ ใช้ฝาวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 90 เซนติเมตร กว้างกว่า 10 เซนติเมตรดินผสมที่จะใช้ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ จะใช้วัสดุปลูกหลัก 3 ชนิด คือ หน้าดิน 3 ส่วน ขี้วัวเก่า 1 ส่วน และเปลือกถั่วเขียว 2 ส่วน ผสมคลุกเคล้ากัน

การใช้เปลือกถั่วเขียวจะช่วยให้สภาพดินมีการระบายน้ำที่ดี ถ้าใช้แค่หน้าดินผสมกับขี้วัวจะทำให้ดินปลูกแน่น เวลาให้น้ำไป 3-4 วัน น้ำยังไม่ถึงข้างล่างของวงบ่อ ยังได้ยกตัวอย่างปริมาณของดินที่จะใช้ในการปลูกมะนาว จำนวน 100 วงบ่อ จะต้องใช้หน้าดินประมาณ 1 คันรถสิบล้อ เทคนิคในการผสมวัสดุปลูกจะต้องปูพื้นด้วยหน้าดินเป็นขั้นแรก หลังจากนั้น ใส่ขี้วัวเก่าเป็นชั้นที่ 2 แล้วตามด้วยเปลือกถั่วเขียวเป็นชั้นบนสุด หลังจากนั้นใช้เครื่องตีพรวนติดรถไถจะเร็วกว่าใช้แรงงานคน


การใส่วัสดุปลูกลงบ่อซีเมนต์มีเทคนิค

ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ส่วนใหญ่จะใส่วัสดุปลูกในวงบ่อซีเมนต์เพียงเสมอวงบ่อเท่านั้นเมื่อรดน้ำไปได้เพียงแค่สัปดาห์เดียววัสดุปลูกจะยุบตัวลงมาประมาณ1คืบมือถ้าเกษตรกรเติมวัสดุปลูกลงไปจะไปกลบลำต้นมะนาวปัญหาเรื่องโรคโคนเน่าจะตามมาดังนั้นในการใส่วัสดุปลูกลงในวงบ่อซีเมนต์จะต้องใส่ให้พูนเป็นภูเขาเลย และที่จะต้องเน้นเป็นพิเศษขณะที่ใส่วัสดุปลูกลงในวงบ่อนั้นคือ จะต้องขึ้นเหยียบวัสดุปลูกขอบๆ วงบ่อ บริเวณตรงกลางไม่ต้องเหยียบ การใส่วัสดุปลูกให้เป็นภูเขาจะช่วยในเรื่องดินยุบลงมาเสมอวงบ่อได้นานถึง 1 ปี


วิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ถูกต้อง
หลังจากที่ใส่วัสดุปลูกลงในบ่อซีเมนต์เรียบร้อยแล้วให้เกษตรกรขุดเปิดปากหลุมให้มีขนาดเท่ากับขนาดของถุงที่ใช้ชำต้นมะนาว(โดยปกติถ้าใช้กิ่งตอนมะนาวควรจะชำต้นมะนาวไว้นานประมาณ1เดือนเท่านั้นไม่แนะนำให้ซื้อต้นมะนาวที่ชำมานานแล้วหลายเดือนหรือชำค้างปี เนื่องจากจะพบปัญหาเรื่องรากขด ทำให้เจริญเติบโตช้าหรือต้นแคระแกร็น) รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น สูตร 16-16-16 อัตราประมาณ 1 กำมือ ถอดถุงดำปลูกต้นมะนาวให้พอดีกับระดับดินเดิม กลบดินแล้วใช้เท้าเหยียบรอบๆ ต้น เพื่อไม่ให้โยกคลอน ปักไม้เป็นหลักกันลมโยกและแนะนำให้ใช้ตอกมัดต้นมะนาวไว้กับหลัก ตอกจะผุเปื่อยหลังจากปลูกไปนานประมาณ 2 เดือน ต้นมะนาวตั้งตัวได้แล้ว แต่ที่หลายคนได้ใช้ปอฟางหรือพลาสติคทาบกิ่งมัดกับหลักจะอยู่ได้นานก็จริง แต่ปัญหาที่จะตามมาจะทำให้ลำต้นมะนาวคอด มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้น หลังจากปลูกเสร็จให้เดินท่อ PE เจาะหัวมินิสปริงเกลอร์และวางท่อ PE พาดไปกับวงบ่อเลยเพื่อสะดวกต่อการทำงาน


ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ได้ตลอดทั้งปี
ในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีปลูกไปแล้วนับไปอีก8เดือนเกษตรกรสามารถบังคับให้ต้นออกดอกได้ถ้าเกษตรกรจะบังคับให้มะนาวออกฤดูแล้งในรุ่นแรกแนะนำให้ปลูกต้นมะนาวในช่วงเดือนมกราคมในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมในปีเดียวกันบังคับต้นให้ออกดอกได้โดยใช้หลักการเหมือนกับที่ปลูกลงดินผลผลิตมะนาวฤดูแล้งจะไปแก่และเก็บผลผลิตขายได้ราคาแพงในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของปีถัดไป เท่ากับว่าการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ใช้เวลาปลูกเพียงปีเศษเท่านั้น เกษตรกรสามารถเก็บมะนาวฤดูแล้งขายได้


วิธีการรดน้ำต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ทำอย่างไร

ในการผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์ ให้ใช้พลาสติคคลุมปากบ่อซีเมนต์เพื่อป้องกันน้ำหรือฝนที่ตกลงมาในช่วงแรกๆ แต่พบปัญหาว่าเมื่อเกษตรกรนำพลาสติคไปคลุมกลับรักษาความชื้นให้กับต้นมะนาวใช้เวลานานวันกว่าดินจะแห้ง หรือเลือกใช้หลักการ "ฝนทิ้งช่วง" ในแต่ละปีช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ของทุกปี จะมีช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ในการผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์ ถ้าฝนไม่ตกติดต่อกัน 3-4 วัน ดินในวงบ่อจะเริ่มแห้ง ใบมะนาวจะเริ่มเหี่ยว หลังจากนั้นฉีดกระตุ้นให้ต้นมะนาวออกดอกและติดผลได้


ผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์ 2 รุ่น ต่อปี
ในช่วงเริ่มแรกของการบังคับมะนาวฤดูแล้งจะทำให้ต้นมะนาวออกดอกเพียงรุ่นเดียวคือช่วงเดือนตุลาคมและไปเก็บผลผลิตในช่วงเดือนเมษายนเท่านั้นทำให้จะต้องคอยปลิดดอกมะนาวทิ้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนสิงหาคม-กันยายนแต่ช่วงเวลา3-4ปีที่ผ่านมาสภาวะตลาดมะนาวผลผลิตจะเริ่มมีราคาดีตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยไปจนถึงเดือนเมษายนจึงปล่อยให้มะนาวให้ผลผลิต2รุ่น คือมีผลผลิตขายในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์รุ่นหนึ่ง (บังคับให้ต้นออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม) และมีผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนอีกรุ่นหนึ่ง (บังคับให้ออกดอกในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม) พอเข้าสู่เดือนพฤษภาคมของทุกปีราคามะนาวจะถูกลง จะตัดแต่งกิ่งมะนาวในช่วงเวลานี้ พร้อมทั้งปลิดผลมะนาวที่ติดอยู่บนต้นทิ้งให้หมด




ตัดแต่งกิ่งมะนาวในวงบ่อซีเมนต์อย่างหนัก ทุกๆ 3 ปี
ตัดแต่งกิ่งมะนาวตาฮิติในวงบ่อซีเมนต์อย่างหนัก ทุกๆ 3 ปี โดยจะเริ่มตัดแต่งกิ่งและปลิดผลทิ้งทั้งหมดภายในเดือนพฤษภาคม ในช่วงปีที่ 1-2 จะตัดแต่งบ้างแต่ไม่มากนัก จะมาตัดแต่งหนักเมื่อต้นมีอายุประมาณ 3 ปี ซึ่งในช่วงนั้นมักจะพบว่าต้นมะนาวเริ่มโทรม มีกิ่งแห้งเป็นจำนวนมาก การตัดแต่งกิ่งมีผลทำให้ต้นมะนาวแตกกิ่งออกมาใหม่และได้ผลผลิตมะนาวที่มีคุณภาพ หลังจากตัดแต่งกิ่งเสร็จในเดือนพฤษภาคม ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เป็นช่วงบำรุงต้นและสะสมอาหารเพื่อจะกระตุ้นการออกดอกรุ่นแรกในเดือนสิงหาคม


เทคนิคการเปิดตาดอก
เมื่อใบมะนาวเหี่ยวและเริ่มร่วงหรือเหลือใบยอดเพียง 1 คืบ จะเปิดตาดอกโดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่มีตัวกลางสูง เช่น สูตร 15-30-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 1 กำมือ ใส่ให้กับต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ รดน้ำจนเห็นว่าปุ๋ยละลายจนหมด (ช่วงการให้ปุ๋ยนี้ไม่แนะนำให้เปิดน้ำด้วยหัวสปริงเกลอร์ ควรจะให้น้ำด้วยสายยางจะดีกว่า) และยังได้แนะนำก่อนว่า ก่อนที่จะให้ปุ๋ยควรเปิดน้ำให้กับต้นมะนาวจนดินชุ่มเสียก่อน จะรดน้ำด้วยสายยาง 2-3 ครั้ง ทุกๆ 3-5 วันสำหรับการฉีดพ่นฮอร์โมนหรือธาตุอาหารทางใบควรฉีดพ่นอย่างเต็มที่ ฉีดพ่นด้วยฮอร์โมน โปรดั๊กทีฟ อัตรา 20 ซีซี ผสมกับสารเทรนเนอร์ อัตรา 10 ซีซี และปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ (20 ลิตร) ฉีดพ่นต่อเนื่องทุก 5-7 วัน หลังจากนั้นต้นมะนาวจะเริ่มออกดอกและติดผลไปแก่ในช่วงฤดูแล้ง


วิธีปลูกผักชีแบบอินทรีย์

วิธีปลูกผักชีแบบอินทรีย์

วิธีการปลูกผักชี เริ่มจากการเตรียมดินเพื่อปลูกผักชีก็เหมือนกันการเตรียมดินเพื่อปลูกผักอื่นๆ ทั่วไปโดยการขุดหรือไถดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากทิ้งไว้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วพรวนดินให้ร่วน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน


ผักชีเป็นพืชที่ขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด ก่อนปลูกผักชีจึงต้องเตรียมเมล็ดพันธุ์ให้พร้อม โดยการนำเมล็ดพันธุ์ผักชีมาบดให้แตกออกเป็นสองซีก แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

จากนั้นนำเมล็ดผักชีที่แช่น้ำแล้ว นำมาผึ่งลมก่อนผสมกับทรายหรือขี้เถ้าเล็กน้อย รอให้เมล็ดงอกแล้วนำไปปลูกในดินที่เตรียมไว้ โดยก่อนปลูกผักชีต้องรดน้ำให้ทั่วแปลง จากนั้นนำเมล็ดมาหว่านลงในแปลง กลับด้วยดินแบบบางๆ จากนั้นคลุมด้วยหญ้าแห้งหรือฟางเพื่อป้องกันต้นอ่อนของผักชีจากแสงแดดและรักษาความชื้นของผิวดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง

#การให้น้ำ
การให้น้ำ ผักชีถึงแม้จะพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ผักชีไม่ชอบน้ำขัง ดังนั้นควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น อย่าต้องอย่าให้มากเกินไปจนโชก เพราะผักชีอาจเกิดโรครากเน่าได้

#การใส่ปุ๋ย
↬ เราผสมปุ๋ยในดินก่อนปลูกแล้ว เมื่อผักชีแตกใบให้ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยมูลสัตว์ ถ้าอยากจะเร่งให้ผักชีงามเร็ว ให้ใช้น้ำหมักชีวภาพร่วมด้วย

#วิธีทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับผักกินใบ

** สิ่งที่ต้องเตรียม
1 พืชสดหรือวัชพืชนำมาสับให้ได้ 3 กิโลกรัม ไม่มีโรค (เน่า)
2. กากน้ำตาล 1 กก. ใช่น้ำตาลทรายแดงแทนได้เช่นกัน

** วิธีทำ

นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดละเอียดให้ได้ปริมาณ 3 ก.ก. แล้วบรรจุเศษพืชที่ได้ลงในภาชนะ และเติมกากน้ำตาลลงไป 1 ลิตร คนหรือเขย่าให้เข้ากันให้เศษพืชจมอยู่ในกากน้ำตาลตลอดเวลา ปิดฝาภาชนะ เก็บไว้ในที่มืด อุณหภูมิห้องนาน 7 วัน สามารถนำไปใช้ได้

** การปฏิบัติระหว่างการหมัก
เขย่าภาชนะที่หมักพร้อมกับเปิดฝา วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น เมื่อครบ 7 วัน ให้ดมกลิ่น ถ้าหอมหวานแสดงว่า "ดี" สามารถนำไปได้ ถ้าบูดเปรี้ยวแสดงว่า "ไม่ดี" ให้แก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาล หรือของที่ใส่ครั้งแรกแล้วหมักต่ออีก 3 วัน ถ้ามีกลิ่นหอมหวานก็แสดงว่า "ดี" ถ้ามีกลิ่นบูดเปรี้ยวอีกให้เติมน้ำตาลอีกแล้วหมักต่อไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอมหวาน เมื่อได้น้ำหมักที่ดีแล้วให้เก็บไว้ในที่มืดภายใต้อุณหภูมิห้องเก็บได้นาน 6 เดือน - 1 ปี ระหว่างเก็บหากมีกลิ่นบูดเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาลลงไป

#อัตราและวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพ

1) พืชผักสวนครัว พืชไร่ ไม้ผลยืนต้น ให้ทางใบ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 5-7 วัน ควบคู่กับให้ทางราก 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 15-20 วัน

2) เตรียมดินแปลกปลูก หรือหลุมปลูกไม้ผล อัตราส่วน 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก

3) ใช้แทนสารเร่งปุ๋ยหมัก อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร พรมลงบนวัสดุทำปุ๋ยหมัก

4) กำจัดน้ำเสียโดย อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่วบริเวณน้ำเสียหรือในคอกปศุสัตว์

5) เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร แช่เมล็ดพันธุ์พอท่วมก่อนเพราะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง การต่อเชื้อน้ำหมักชีวภาพ ใช้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน น้ำสะอาด 10 ส่วน ผสมให้เข้ากันดี ปิดฝาภาชนะเก็บไว้ในที่มืด ภายใต้อุณหภูมิห้อง นาน 3 วัน ตรวจสอบกลิ่นตามครั้งแรก

*** เคล็ดลับ เรื่องน้ำหมักชีวภาพ หลังการหมัก 3 วันแรก เปิดฝาออกดูถ้ามีแก๊สพุ่งออกมาแสดงว่า มีส่วนผสมดีพยายามเปิดฝาระบายแก๊สบ่อยๆ ถ้าไม่เปิดภาชนะที่หมักอาจระเบิดได้ กรณีถ้าไม่มีกากน้ำตาลสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงได้ โดยเพิ่มปริมาณน้ำตาลแดงเป็น 1 ส่วน : เศษพืช 1 ส่วน

*** การใช้น้ำหมักชีวภาพทางราก ควรใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเสมอ

*** คุณสมบัติของน้ำหมักจากพืชสีเขียว
1. กระตุ้นให้เกิดการงอกและการยืดตัวของของเซลล์ทำให้ยาวขึ้นและลำต้นอวบ และใหญ่ขึ้น

2. เร่งการเจริญเติบโต โดยการกระตุ้นการขยายตัวของเซลล์ ควบคุมการแตกตาข้างและกิ่งข้าง
3. ใช้ผสมกับน้ำหมักกลุ่มผลิตกรดแลคติก (น้ำหมักน้ำซาวข้าว) นำไปรดกับกองปุ๋ยจะช่วยลดการเสื่อมสภาพของกองปุ๋ยได้และช่วยเสริมสร้างการทำงานของจุลินทรีย์ในดินและการเจริญเติบโตของพืช

#โรคและแมลงศัตรูของผักชี

..... โรคที่เป็นง่ายและพบเจอกันบ่อยๆก็คือโรคใบเน่าใบเหลืองและแมลงศัตรูของผักชี คือ เพลี้ย

#วิธีการกำจัดเพลี้ย

ให้นำขี้เถ้าถ่านที่เย็นแล้วจำนวน 3 กิโลกรัม เทใส่ภาชนะแล้วเติมน้ำ 10 ลิตร ลงไปผสมแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน 1 คืน แล้วรินเอาเฉพาะน้ำด่างที่ผ่านการตกตะกอนนั้นมาใช้กำจัดเพลี้ยแป้ง โดยใช้น้ำด่างอัตรา 250 cc + น้ำ 10 ลิตร แล้วนำไปใช้ฉีดพ่นกำจัดเพลี้ยแป้งในพืชได้ทุกชนิด โดยสามารถใช้ฉีดพ่นได้ทุกวันจนกว่าเพลี้ยแป้งจะหายไป





ขอขอบคุณ
CR:
https://www.facebook.com/KasetNANA/